สิ่งอำนวยความสะดวก ③

อาคารสึเนะคิโยะ


สถาปัตยกรรมของบ้านพักสึเนะกิโยะหรือที่รู้จักกันในชื่อห้องโถงโตโยต้าเก่าเป็นรูปแบบทั่วไปของกลุ่มภูมิภาคที่ทรงอำนาจโกโซกุประมาณกลางศตวรรษที่ 11 ซึ่งฟูจิวาระ โนะ สึเนะกิโยะ เจ้าหน้าที่ของมุตสึ โคคุฟุ (เมืองหลวงของมุตสึ) ในขณะนั้นได้ย้ายไปที่เอซาชิ หลังคามุงจากด้านบนของเพเนทราเลียและอาคารแฝดนิชิโนไตสามหลังทางฝั่งตะวันตกเป็นจุดเด่นของสไตล์ในสมัยนั้น ห้องโถงประกอบด้วยบ้านหลักของชินเด็น ห้องครัว ม้าตัวผู้ และจุดปฏิบัติหน้าที่ยามค่ำคืน ซึ่งเป็นรูปแบบก่อนชินเดนซึคุริ กล่าวคือ ยังไม่ได้เชื่อมต่อกันด้วยทางเดิน
แจกันสี่หูเครื่องลายครามจีนสีขาวที่ขุดจากซากปรักหักพังโตโยต้าคัง ซึ่งอยู่ห่างจากสวนของเราโดยใช้เวลาขับรถประมาณ 5 นาที กำลังจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมท้องถิ่นเอซาชิ

โรงปฏิบัติงาน

ซากกลุ่มของยุ้งฉาง

จุดแวะนอกเส้นทาง

โยชิสึเนะ จิบุสีโด

ด้วยมรสุมที่ถาโถมเข้ามาระลอกแล้วระลอกเล่าในยุคสมัยนั้น มินะโมะโตะ โนะ โยชิสึเนะ จึงจำต้องฆ่าตัวตายด้วยการคว้านท้องฮาราคีรี วิหารสักการะแห่งนี้จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่สวดภาวนาขอให้ดวงวิญญาณของเขาสงบสุข โดยสร้างเลียนแบบสถาปัตยกรรมในยุคเฮอัง ภาพช่วงวินาทีสุดท้ายของโยชิสึเนะถูกนำมาจัดแสดงอีกครั้งในวิหารแห่งนี้ โดยมีมุซะชิโบ เบ็งเก ผู้ติดตามและอีกหนึ่งบุคคลผู้เป็นตำนาน ยืนอยู่เคียงข้างเพื่อคอยปกป้องโยชิสึเนะ

จุดแวะนอกเส้นทาง

ทางเข้าอะทะกาเซะกิ

เพราะถูกโยะริโตะโมะ ผู้เป็นพี่ชายต่างมารดาตามล่าตัว โยชิสึเนะและผู้ติดตามจึงต้องมุ่งหน้าไปยังโอชูโดยปลอมตัวเป็นฤาษีบนภูเขา เมื่อถูกผู้คุมด่านที่ทางเข้าอะทะกาเซะกิสกัดไว้ มุซะชิโบ เบ็งเกจึงใช้ปัญญาของตนจนสามารถเดินทางผ่านไปได้สำเร็จ ฉากนี้เป็นหนึ่งในฉากที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในการแสดงละครคาบูกิยุคเอะโดะของญี่ปุ่นหรือที่เราเรียกว่า “คันจินโช” โดยว่ากันว่าทางเข้าอะทะกาเซะกิจริงๆ นั้นตั้งอยู่ที่อาตะคะมะจิ เมืองโคมัทสึ จังหวัดอิชิกะวะ